|
|
โดยคุณสำเภา |
|
คนที่เล่นกีต้าร์อาจจะน้อยใจ
ทำไมไม่มีบอกโน้ตที่กีต้าร์บ้าง ไม่เป็นไรครับ มีก็ได้
สาธิตอ่านโน้ตกีต้าร์ position นอก สาธิตอ่านโน้ตกีต้าร์ position ใน
รูปโน้ตเปรียบเทียบกับTAB
อันนี้เป็นอันที่หลายคนที่เพิ่งหัดอ่านโน้ต
หรืออ่าน TAB เป็นเบื้องต้นอาจจะต้องอึ้งนิดหน่อย เพราะว่า ต้องเรียนรู้
ไม่เป็นไรครับเวปเราก็จะสอนให้แนะนำให้ว่าการจะอ่านจังหวะให้เป็นต้องทำอย่างไรบ้าง
ติดตามไปเรื่อยๆ
ผมจะมา update มากขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นก็จะค่อยๆ ทำได้ไปเองล่ะครับ
ตอนนี้ผมจะสมมุติว่าทุกคนคุ้นเคยกับโน้ตตัวดำ
หรือ quarter note แล้วที่มีค่าใน Meter 4/4 เป็น 1 จังหวะ ต่อไปจะเป็นตัวอย่าง
4 ตัวอย่างของสองบรรทัดที่เล่นเหมือนกัน แต่ว่าเขียนต่างกัน การใส่เครื่องหมาย
Tie ก็คือ การเชื่อมโน้ตหลายตัวมาเป็นตัวเดียวกัน เหมือนความหมาย "ผูก"
นั่นล่ะครับ โดยจะใช้ตัวโน้ตตัวดำเป็นเกณฑ์ ในการปรับความเข้าใจ เขียนต่างกันแต่เสียงเหมือนกันนั้น
คล้ายกับที่พยายามบอกฝรั่งว่า thailand อ่านว่า tieland นะ เสียง th ไม่ต้องเอาลิ้นออกมาด้วย
Thailand = Tieland คลิกเพื่อชมการแสดง 2 บรรทัดเขียนต่างกัน แต่ว่าเล่นเหมือนกัน แบบที่
1 สำหรับคนที่หัดเล่นกีต้าร์ใหม่
ๆ สิ่งแรกที่ควรจะหัดคือการตีคอร์ด และการตีคอร์ดควรจะมีพื้นฐานจากการรู้สึกถึง
ห้องเพลงพื้นฐาน Meter 4/4 ห้องละ 4 จังหวะ หัด Pattern ของการตีคอร์ดอย่างใดอย่างหนึ่ง
การฟังกลองไปด้วย จะทำให้รู้สึกได้ว่าจังหวะการเล่นนั้นต้องไปกับกลองอย่างแนบสนิท
เดี๋ยวจะมีตัวอย่างข้างล่างต่อไปครับ โดยมากคนหัดกีต้าร์ใหม่ๆ ตอนฟังเพลงก็จะพยายามฟังว่า
เอ..กีต้าร์มันเล่นยังไงนะ ฟังไม่ค่อยชัด ถามเพื่อนที่มัน เล่นเป็นดีกว่าว่าเล่นยังไงก่อน
แต่ถ้าหากพยายามฟังลูกเล่นของกลองก็จะพบว่า กลองบอกใบ้การเล่นกีต้าร์ไว้แล้ว
ลองฟังนะครับ ต่อไปจะเป็น loop 4 ห้องเพลงของสี่คอร์ด โน้ตบรรทัดบนเป็นโน้ตของกีต้าร์
โน้ตของบรรทัดล่าง เป็นโน้ตของกลอง
(รูปบรรทัดโน้ต กีต้าร์บน กลองล่าง)
ต่อไปขอเสนอแพทเทิร์นกีต้าร์ประกอบกับกลองอันที่
2 ครับ อันนี้จะง่ายกว่าอันก่อนหน้าหน่อยนึง คงเหมาะกับ การเล่นเพลงทั่วไปได้อีกแบบ
ยกตัวอย่างเพลง "ก่อน" ของโมเดิร์นด็อค ยังใช้แพทเทิร์นนี้ด้วยครับ
ตอนนี้ยังคง ทำเป็น loop สี่คอร์ดอยู่นะครับ แต่คราวนี้บอกการจับรูปคอร์ดมาด้วย
หลายท่านคงจะเล่นตาม
loop สี่ห้องนี้ได้ไม่ยากนะครับ เพราะฟังๆ เอาก็ได้ แค่เลียนแบบแต่หากอยากจะเข้าใจลึก
เข้ามาอีกหน่อยหนึ่ง ผมก็จะเล่าให้ฟังต่อครับ ชีพจรทางอารมณ์ของเพลงป๊อปนั้นค่อนข้างจะออกไปทาง
sense จากนี้ไปเราก็แวะมาหัดอ่านโน้ตเชิงอ่านแบบเมโลดี้กันหน่อยนะครับ เหมือนกับได้ฝึกสมองทั้งสองด้าน แบบฝึกหัดต่อไปนี้จะหัดสาย 1 ก่อนครับ สายเปล่าคือโน้ต E คงพอทราบกันดีอยู่นะครับ สัญญลักษณ์ที่มักจะใช้บอกว่าเป็นสายเปล่าคือเลขศูนย์ ส่วนโน้ต F จะอยู่ที่ช่องที่ 1 เลขที่เขียน จะไม่ได้เขียนหมายความว่าช่อง 1 แต่จะบอกว่าใช้นิ้ว 1 เล่น(คือนิ้วชี้) ส่วนโน้ต G จะอยู่ที่ช่องที่ 3 เลขที่เขียนพอดีเขียนว่า 3 หมายความว่าให้ใช้นิ้ว 3 เล่น (คือนิ้วนาง) อย่าไปจำสับสนกับช่องนะครับ ตอนนี้บังเอิญมาตรงกันแต่อย่างไรก็ตาม หากได้ติดตามมาตั้งแต่ต้นก็จะเข้าใจทั้งหมดที่ผมพูดครับ และอีกอย่างอย่าลืมแวะไปดูเรื่องการอ่านโน้ตในคอลัมน์อื่นด้วย ก็จะได้รอบรู้มากขึ้นครับ
แบบฝึกหัดที่ 2 สำหรับสาย 2 นี้เป็นรูปแบบการเล่นกีต้าร์ 2 ตัวเช่นเคย รอบแรกเล่นพร้อมกัน ให้ฟังเพื่อฝึกซ้อมก่อน รอบที่ 2 ให้ผู้เรียนเล่นแนวบน สิ่งที่ควรจะระมัดระวังคือ พยายามอ่านตัวโน้ตให้ได้จริง ๆ จำตำแหน่งของสาย ว่าโน้ตไหนกดที่ไหน ฝึกส่วนนั้นให้มาก มากกว่าการพยายามท่องจำแล้วเล่นให้ได้ คนเล่นกีต้าร์สนุกสนานกับการท่องจำอยู่แล้วครับและทำได้โดยง่าย แบบฝึกหัดเหล่านี้ทำมาเพื่อจุดประสงค์ให้อ่านโน้ต หากเป็นไปได้ ดูที่หน้านี้ พยายามเล่นบรรทัดบนให้ได้ก่อนที่จะคลิกไปเล่นกับหน้า flash ที่เขียนว่า คลิกเพื่อฟัง ในหน้าโน้ตจะบอกวิธีการจับโน้ตไว้ โน้ตใหม่ละ 1 ครั้งเท่านั้น ครั้งหน้าที่ไม่ได้บอกก็ควรจะจำได้แล้วนะครับ ส่วนที่เขียนเลขศูนย์นั้น หมายถึงสายเปล่าเช่นเคย เลข 1 หมายถึงนิ้วชี้ เลข 3 หมายถึงนิ้วนาง จะดีดด้วยปิค หรือนิ้วก็แล้วแต่ถนัดครับ
คลิกเพื่อชมแบบฝึกหัดที่ 2 สาย 2 เล่นทั้งสองแนว คลิกเพื่อชมแบบฝึกหัดที่ 2 สาย 2 เล่นให้เฉพาะแนวล่าง ต่อมาก่อนที่จะไปหาสายที่ 3 เรามาเล่นสองสายเป็นทำนองกันเล่น ๆ ก่อนดีกว่า ตอนนี้เสียงเพลงจะเป็นกีต้าร์จริง ๆบ้างแล้วครับ กีต้าร์สายเหล็กของผมสายเก่า ก็เลยไปขอยืมกีต้าร์สายไนลอนมาเล่นให้ฟังทั้งสองแนวเลย อย่าลืมนะครับพื้นความรู้ก่อนจะเล่นแบบฝึกหัดที่ 3 นี้ ควรจะเข้าใจว่าโน้ตไหนจับอย่างไรมาก่อน พอสมควรไม่งั้นก็จะงง ๆ น่าดูเชียว แต่แบบแกะฟังแล้วเล่นตามก็จะไม่มีประโยชน์มาก คงแค่สนุก แต่ถ้าจำโน้ตได้ว่าเขียนแบบนี้กดช่องไหน หรือว่าสายเปล่า ไหนก็จะดีมาก ๆ เอ ผมท่าจะย้ำพูดย้ำสอนเหมือนตอนสอนเด็กเสียแล้ว แต่ไม่ได้หรอกครับจำเป็นที่จะต้องเน้นเรื่อย ๆ จะได้พัฒนาการอ่านได้เร็ว ๆ มาด ูโน้ตก่อน เลยครับ ยังทำเป็นสองบรรทัดอยู่เช่นเคย
การเล่นกีต้าร์อาจจะรู้สึกเหมือนว่าเป็นกีต้าร์คลาสสิคไปหน่อย แต่ไม่ต้องคิดอะไรมากครั้บ ผมเพียงต้องการทำให้ดนตรีประกอบการเรียนน่าเล่นตามไปด้วย หากตีคอร์ดก็จะลำบาก หน่อยสำหรับสไตล์นี้ในการที่จะฟังเรื่องตัวโน้ตชัด ๆ ส่วนโน้ตกีต้าร์แนวล่างดูเหมือนมันซับซ้อน จริง ๆแล้วหากอ่านโน้ตได้ก็คือการจับคอร์ดธรรมดาเองแหละครับ เพียงแต่ว่า มีการดีดสายโน้นสลับสายนี้เป็นหลักเป็นการเท่านั้นเอง พื้นฐานมาจากคอร์ดเด๊ะ ๆเลยครับ เอาละครับ หัดอ่านจากโน้ตข้างบนก่อน ทบทวนว่าสายไหน ดีดตรงไหน ยังไง ก่อนจะ ไปต่อไปข้างล่างต่อไปนี้ หวังว่าคงจะสนุกนะครับ คลิกเพื่อฟัง แบบฝึกหัดรวมสายที่ 1 และ 2 เล่นให้ฟังสองแนว คลิกเพื่อฟัง แบบฝึกหัดรวมสายที่ 1 และ 2 มาเล่นด้วยกันเลยครับ ตอนนี้เว้นมาดูเรื่องคอร์ดสองรูปการจับซึ่งเป็นการจับที่ค่อนข้างครอบจักรวาล การจับจะใช้สี่นี้วด้วยกัน คอร์ดหนึ่งจับ 4 โน้ตแล้วสามารถเรียกชื่อได้ 4 ชื่อ อีกคอร์ดหนึ่ง จับ 4โน้ต แล้วได้ชื่อ 3 ชื่อ ครับใช่แล้วไม่หลอกกันหรอกครับ การจับแบบหนึ่งจะเป็นการจับแบบ dim7(มักใช้เครื่องหมายองศา มาใช้ย่อชื่อ)อีกแบบเป็นการจับแบบ augmented หรือมักใช้เครื่องหมายบวก(+) เข้ามาแทน ชื่อยาว ๆ มาลองดูตามรูปเลยครับ
นี่คือรูปการจับแบบจับครั้งเดียวได้คอร์ดถึงสี่คอร์ด และสามคอร์ด(จากซ้ายไปขวา) เลข 1,2,3,4 คือเลขนี้วที่ใช้จับ นิ้ว ชี้คือ 1 ส่วนนิ้วก้อยคือ 4 เรียงกันตามลำดับ ไม่มีนิ้วโป้ง ส่วนด้านล่างของคอร์ด dim จะเป็นเป็นสี่โน้ตเพราะเป็น dim7 (dim ธรรมดาจะมีแค่ 3 โน้ตเท่านั้น) ดังนั้นคอร์ด dim7 ที่เห็นจะเรียกชื่อตามโน้ตที่กดทั้ง 4 ตัวเลย ดังตัวอย่าง ต่อไปนี้ ชื่อที่ 1 คอร์ด Ebdim7 or D#dim7 ชื่อที่ 2 เป็นคอร์ด Adim7 ชื่อที่ 3.เป็นคอร์ด Cdim7 ชื่อที่ 4.เป็นคอร์ด Gbdim7 or F#dim7 วิธีการหาชื่อก็คือ ต้องรู้ว่าในแต่ละช่องของกีต้าร์เป็นโน้ตอะไรบ้าง นิ้วรูปแบบนี้จับโดนโน้ตอะไร ก็ตั้งชื่อได้เลยครับ ส่วนรูปจับแบบขวาเป็นการจับแบบ Aug (+) จะมีโน้ตนิ้วชี้ กับนิ้วก้อย ซ้ำกัน เราก็เรียกว่าได้ชื่อ 3 ชื่อจากการจับคอร์ดนี้ 4 นิ้ว จะได้ชื่อคอร์ดดังนี้ ชื่อที่ 1.คอร์ด F+,Faug (อ่านว่าเอฟออคเมนเทด) ชื่อที่ 2.คอร์ด A+,Aaug ชื่อที่ 3.คอร์ด Db+(C#+) หรือ Dbaug(C#aug) สรุปคือคอร์ดสองรูปการจับนี้ เราสามารถ slide ไปตามคอกีต้าร์ได้ตลอดทั้งคอกีต้าร์ เราเรียกชื่อคอร์ดไปตามโน้ตที่จับเจอเลยครับ ส่วนหากบังเอิญสายเปล่าที่ไม่ได้กดอีก 2 สาย มีโน้ตไปตรงกับชื่อของเบสโน้ตที่เราจะใช้ เราก็ควรดีดด้วย ส่วนหาก slide ไปแล้วสายเปล่าชื่อไม่เข้ากับสี่โน้ต หรือสามโน้ตที่จับ ก็ไม่ควรดีดสายเปล่าเหล่านั้น เท่านั้นเองครับ ส่วนการหาโน้ตในคอกีต้าร์ ผมได้มีสาธิตและหลักการหาไว้ในหน้า Home page เรียบร้อยแล้วครับ ทบทวนดูได้เสมอครับ หากสังเกตดี ๆ เมื่อเลื่อนไปสักไม่กี่ช่องหรอกครับ โน้ตก็จะเริ่มวนเวียน ดังนั้นการจับคอร์ดบริเวณไหนขึ้นอยู่กับสีสันของคอร์ดตอนนั้นที่คุณอยากเล่นออกมา เลื่อนไปสูง ๆก็ได้สีสันแบบใส ๆขึ้น เล่นต่ำ ๆก็ได้เสียงอุ่น ๆ แต่โดยมากคอร์ด dim7 และ aug จะเป็นคล้าย ๆคอร์ดเชื่อมต่อระหว่างคอร์ดสองคอร์ดเสมอ เช่น C ไปหา C#dim7 ต่อด้วย Dm7 คือหมายความว่าหากตอนเล่นอยู่มีเสียงตัว โน้ต C ต่อไป C# ต่อไป D เนียน ๆด้วยโน้ตบนกีต้าร์สายเดียวกันใกล้ ๆกัน ก็จะทำให้ถูกกาละเทศะมากขึ้น เช่นเดียวกัน คอร์ด aug มักจะต่อจากคอร์ดชื่อเดียวกัน เช่น คอร์ด C ไปหา Caug ไปหา C6 ก็จะมีตัวโน้ต G(มาจากคอร์ด C) ไปหา G#(มาจากคอร์ด Caug) ไปหา A(มาจากคอร์ด C6) นั่นคือยกตัวอย่าง แต่อาจจะมีบางกรณีใช้คอร์ด dim หรือ aug ออกมาโดด ๆโดยเพียงเหตุผลเรื่องการทำให้แปลกใจ ก็ทำได้ ไม่มีกฏตายตัวเรื่องแบบนี้นัก มีอีกคำศัพท์ที่อยากให้จำคือคำว่า Enharmonic หมายความว่าเป็นโน้ตที่เสียงเดียวกันแต่เรียกชื่อต่างกัน เช่นโน้ต Db กับโน้ต C# เป็นเอ็นฮาร์โมนิคกัน โน้ต Gb กับโน้ต F# เป็นเอ็นฮาร์โมนิคกัน Db คือ D ที่ต่ำกว่า D ปกติครึ่งเสียง ซึ่งตรงพอดีกับตัว C# ซึ่งสูงกว่า C ปกติครึ่งเสียง บนคอกีต้าร์ Db และ C# กดที่เดียวกัน เลยเรียกว่าเป็น เอ็น ฮาร์โมนิคกันหวังว่าคงเข้าใจนะครับ มี clip เสียงน่าสนใจมาเสนอ แต่เป็นการอธิบายเรื่องกลอง แต่ความรู้นั้น ประยุกต์เข้ากับการเรียนดนตรีในเรื่องอื่นด้วยครับ ในเรื่องการอ่านค่าจังหวะหรือ Rhythm การคิดของนักดนตรีอาชีพหรือคนที่เล่นดนตรีได้ดีจริง ๆ จะคิดย่อยค่าโน้ตหรือ subdivde ออกไป ฟังแล้วน่าสนใจมากครับ
Chords Map สำหรับผู้สนใจเรื่องทางเดินของคอร์ดครับ click
|