ลูกศิษย์อาจารย์อายุ สำเภา ไตรอุดม ได้เรียนกับอาจารย์อายุเมื่อปี 2523-2526
ปัจจุบันเป็นผู้จัดการ อาจารย์ใหญ่ โรงเรียนดนตรีดีนัส อาจารย์ประจำภาควิชาดนตรี มหาวิทยาลัยศิลปากร สอนวิชาแต่งเพลง(Song Writing 1แผนกดนตรีเชิงพาณิชย์)และ choir 1&2
"อาจารย์อายุ เป็นจุดเริ่มต้นในวิชาดนตรีของผม ดนตรีทำให้ผมได้เดินทางไปหลาย ๆประเทศ เพื่อเล่น และเรียนดนตรี ผมเองอยากให้อาจารย์ของผม มีโอกาสได้รับรู้ รับประโยชน์ จากความดีความงามที่อาจารย์ได้สร้างเพื่อลูกศิษย์ทุกคน เสียที ขอให้พวกเราได้เป็นสักขีพยาน ถึงความทุ่มเท ซึ่งมากกว่าคนไทยแท้ ๆหลายคนด้วยซ้ำไป"
เพิ่มเติมจากกระทู้ อ.แหวว
ผมเป็นศิษย์เก่าของดุริยศิลป์ และของอาจารย์อายุ นามเทพ ปัจจุบันสอนดนตรีประจำที่คณะดุริยางค์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เคยเป็นครูสอนดนตรีที่เซนต์จอห์น เป็นอาจารย์พิเศษสอนที่จุฬาฯ ทั้งคณะคุรุศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์
ตั้งแต่เริ่มงานสอนดนตรีของตัวเองมาเรื่อย ๆตลอด 20 ปีของผม ผมมักจะอดคิดไม่ได้ว่าบ้านเมืองเรา ผู้ใหญ่บ้านเราไม่ค่อยจะมีวัฒนธรรม และไม่เข้าใจว่าการจะมีวัฒนธรรมไม่ใช่แค่การอนุรักษ์ การมีวัฒนธรรมของเราเหมือนกับนิทานเรื่อง "ไก่ได้พลอย" ไม่รู้ค่าของวัฒนธรรม ก็เลยไม่รู้จะทำยังไงกับมันดี บางทีเหมือนกับคนที่ปีนไปที่กิ่งของต้นไม้สูง แล้วหันมาตัดกิ่งด้านที่ติดกับตัวต้นไม้ โดยไม่รู้ว่าทำไปเรื่อย ๆตัวเองก็จะตกลงไปด้วย
สาขาดุริยศิปล์ที่มหาวิทยาลัยพายัพ มีอาจารย์ที่ชื่ออายุ นามเทพ ที่ทำคุณงามความดีด้านการสอนมากมายเหลือเกิน ผลิตลูกศิษย์มาแล้วไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่น หากโยงใยเป็นต้นไม้แห่งความดีแล้ว ผมว่าสิ่งดีเหล่านั้นกระทบไปถึงพวกท่านมากกว่าท่านคิดออกมากมาย
เราจะหยุดทำเมืองไทยเป็นเมืองของ "คนดีท้อแท้" ได้แล้วหรือยัง นี่มันนานมากแล้วนะครับ สนใจเรื่องอื่นนอกเหนือการสุมเงินทุนส่วนตัว และความสุขส่วนตัวได้แล้ว จำไม่ได้หรือว่าประเทศสิงค์โปร์พยายามเหลือหลายล่าสุดตลอดสิบปีที่ผ่านมา ในการที่จะทุ่มเทเงินเพื่ออยากจะสร้างวัฒนธรรมของตนเอง(ในเมื่อจริง ๆไม่มี มีเคยมี)ระดมงานแสดงดนตรีของเพื่อนบ้านไปที่บ้านของตน เพราะแท้จริงแล้วประเทศเขาเกิดมาจากพวกพ่อค้าตาแปะ เมื่อรวยแล้วเพิ่งจะรู้ว่าขาดอะไรไป
มีแล้วรู้ตัวด้วยเถอะครับ อย่าเรียนรู้อะไรสายเกินไปเลยครับ อย่าลืมว่าบ้านเราหาก "คนดีไม่ท้อแท้" เมื่อไรจะมีสิ่งดีเกิดขึ้นเกินกว่าในกระเป๋าท่านด้วย |